หน้าแรก
ภาพรวมธุรกิจ
กระบวนการผลิต
ผลิตภัณฑ์คุณภาพ
สุขภาพดีกับน้ำมันรำข้าว
น้ำมันรำข้าวกับการประกอบอาหาร
ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวคิง
 
เมนูสุขภาพ
งานวิจัยต่างๆ
กิจกรรม-ข่าว
ถาม-ตอบ
ร่วมงานกับเรา
Download
ติดต่อเรา

 

 

น้ำมันรำข้าวกับคอเลสเตอรอล

 

 

มีรายงานการวิจัยเป็นจำนวนมากกล่าวถึงประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากน้ำมันรำข้าวมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่
- มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง
- มีสัดส่วนกรดไขมันที่เหมาะสม
- มีสารธรรมชาติที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ทั้งวิตามินอี-กลุ่มโทโคไตรอีนอล โอรีซานอล และไฟโตสเตียรอล

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
น้ำมันรำข้าวมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty acid : MUFA) สูงกว่า 40 % ซึ่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสามารถลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี หรือ LDL-C (Low Density Lipoprotein Cholesterol) ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการอุดตันในผนังหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มหรือคงระดับคอเลสเตอรอลที่ดี หรือ HDL-C (High Density Lipoprotein Cholesterol) ที่ช่วยพาคอเลสเตอรอลในเซลล์และกระแสเลือดไปเผาผลาญได้อีกด้วย

สัดส่วนกรดไขมันที่เหมาะสม
องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (AHA) แนะนำสัดส่วนของกรดไขมันที่เหมาะสมกับการบริโภคคือ
กรดไขมันอิ่มตัว (SFA) : กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) : กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFA) เท่ากับ < 10 : 10 -15 : < 10 ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน ซึ่งน้ำมันรำข้าวมีสัดส่วนกรดไขมันใกล้เคียงที่สุดตามคำแนะนำดังกล่าวเมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่น

 

     
 

 
   
 

สารธรรมชาติที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย
น้ำมันรำข้าวมีวิตามินอี-กลุ่มโทโคไตรอีนอล โอรีซานอล และไฟโตสเตียรอล ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีบทบาทในการลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้

• วิตามินอี กลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) พบมากในน้ำมันรำข้าว นอกจากจะมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระแล้วยังช่วยขัดขวางการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในร่างกาย 1 และลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (Cardiovascular Diseases) โดยยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการอุดตันในผนังหลอดเลือดแดงและลดการทำงานของเอนไซม์ HMG CoA (3-hydroxyl-3-methylglutaryl-coenzyme A reductase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในร่างกาย (Mevalonate Pathway) 2 โดยทั่วไปน้ำมันรำข้าวมีวิตามินอี กลุ่มโทโคฟีรอล 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% 3

• โอรีซานอล (Oryzanol) เป็นสารธรรมชาติที่พบในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น ไม่พบในน้ำมันพืชชนิดอื่น โอรีซานอลสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด 4

• ไฟโตสเตียรอล (Phytosterol) พบในน้ำมันรำข้าวมากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น ในน้ำมันรำข้าวคิงมีไฟโตสเตียรอลมากกว่า17,000 ppm. 5 ไฟโตสเตียรอลมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอล 6

 

 


ข้อมูลจาก :
1 นัยนา บุญทวียุวัฒน์ และ เรวดี จงสุวัฒน์, 2545, น้ำมันรำข้าว ทางเลือกเพื่อสุขภาพของคนไทย, โอเดียนสโตร์, กรุงเทพฯ, หน้า 46.
2 Packer, L., Weber, U., Rimbach, G., 2001, “Molecular aspects of alpha-tocotrienol antioxidant action and cell signaling”, The Journal of Nutrition, Vol. 131, Iss. 2, pp. 369-73.
3 Eitenmiller, R., 1997, “Vitamin E Content of Fats and Oils - Nutrition Implication”, Food Technology, Vol. 51, No. 5, pp. 79-80.
4 Yoshino, G. Raeumi, T., Amano, M., Tateiwa, M., Yamasaki, T., Takashima, S., Iwai, M., Hatanaka, H. and Baba, S. 1983, “Effects of Gamma-Oryzanol on Hyperlipidemic Subjects”, Current Therapeutic, vol. 45, no. 4, pp. 543-552.
5 ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการบริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด
6 นัยนา บุญทวียุวัฒน์ และ เรวดี จงสุวัฒน์, 2545, น้ำมันรำข้าว ทางเลือกเพื่อสุขภาพของคนไทย, โอเดียนสโตร์, กรุงเทพฯ, หน้า 47.

 

 
Product Contact us FAQ Research News & Activites Job Download

Copyright 2005 Thai Edible Oil Co.,Ltd. All right reserved.

Powered By www.Siam-E-Commerce.com

Thai